ใกล้แล้ว!ดาล็อตตรวจร่างกายแมนยูสัปดาห์หน้า

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ ระบุ ดีโอโก้ ดาล็อต แบ็กขวาอนาคตไกลของ ปอร์โต้ จะรับการตรวจร่างกายกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในสัปดาห์หน้า หลังจากที่ “ปีศาจแดง” เพิ่งตกเป็นข่าวกับเจ้าตัวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ดีโอโก้ ดาล็อต แบ็กขวาดาวรุ่งของ เอฟซี ปอร์โต้ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส จะเข้ารับการตรวจร่างกายกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายในสัปดาห์หน้า ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ

แข้งวัย 19 ปี ซึ่งมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 17.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 783 ล้านบาท) นั้น ตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากที่เขาเพิ่งขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ ปอร์โต้ ในฤดูกาล 2017-18 และทำผลงานได้น่าพอใจจากการได้ลงเล่นในลีกไป 6 นัด

กระทั่งล่าสุด เดลี่ เมล ก็แฉว่าเมื่อทั้ง 2 ทีมดำเนินขั้นตอนเรื่องค่าตัวกันได้เรียบร้อยแล้วนั้น ดาล็อต ก็จะรับการตรวจร่างกายกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในสัปดาห์หน้าทันที โดย “ปีศาจแดง” ต้องการแบ็กขวาคนใหม่มาร่วมทีมเพื่อขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งกับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ดาวเตะชาวเอกวาดอร์ที่อายุ 32 ปีเข้าไปแล้ว แถมที่ผ่านมา วาเลนเซีย ก็ต้องรับการรักษาอาการบาดเจ็บตรงหัวเข่าอยู่บ่อยๆ ด้วย

เพื่อสามแต้ม!แมนยูจัด”ป็อกบา”นำทัพ,เวสต์แฮมส่งอาร์เนาโตวิชบู๊

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2561
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (15) – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2)
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1. : เวลา 01.45

สนาม : ลอนดอน สเตเดี้ยม

เดวิด มอยส์ พาทีม ”ขุนค้อน” หนีตกชั้นได้แน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว หลังจากพาทีมบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในนัดก่อน โดยเกมนี้จะได้เจอกับแมนฯยูไนเต็ดทีมเก่าที่เคยคุมมาก่อน

ทีมของ มอยส์ ยังมีผู้เล่นที่บาดเจ็บยาวอย่าง มิคาอิล อันโตนิโอ (เอ็นหลังหัวเข่า) ที่จะลงสนามไม่ได้อย่างแน่นอน

รวมทั้ง จอห์น คอลลินส์ (เอ็นหลังหัวเข่า) และ วินส์ตัน รีด (เข่า) 2 ปราการหลังคนสำคัญ และ แซม ไบแรม (ข้อเท้า) อีกรายหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ทีมยังต้องเช็กความฟิตของ โจ ฮาร์ท, มาร์โค อาร์เนาโตวิช และ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ”ชิชาริโต้” ที่มีอาการเจ็บเล็กน้อยด้วย แต่คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด

ส่วนแนวรุกยังน่าไว้ใจใช้งาน เจา มาริโอ, มานูเอล ลันซินี่ และ มาร์โค อาร์เนาโตวิช ต่อไปเช่นเดิม

ด้าน โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ ”ปีศาจแดง” พาทีมโชว์ฟอร์มนัดล่าสุดได้น่าผิดหวังคือแพ้น้องใหม่ ไบรท์ตัน 0-1 นัดนี้จึงต้องการแก้ตัวและน่าจะมีการปรับทัพอยู่บ้างในบางตำแหน่ง ก่อนมีคิวสำคัญลงทำศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงกับเชลซี

ทีมจะไม่สามารถใช้งาน โรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยียมได้ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าอยู่ แต่มีลุ้นที่จะหายทันเกมชิงถ้วย เอฟเอ คัพ กับ เชลซี ในสัปดาห์หน้า

โกลสำรองอย่าง เซร์คิโอ โรเมโร่ ก็ยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ รวมทั้งยังต้องทดความฟิตของ ฟิล โจนส์ กับ อเล็กซิส ซานเชซ 2 ผู้เล่นสำคัญที่เจ็บเล็กน้อยอีกด้วย โดยทั้งคู่ก็ไม่มีชื่อในวันที่แพ้ ไบรท์ตัน เมื่อสุดสัปดาห์

ในขณะที่ เจสซี่ ลินการ์ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่เป็นตัวสำรองในนัดก่อน อาจจะได้เป็น 11 คนแรกในเกมนี้ด้วย

ด้าน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ฟอร์มไม่เอาไหนในเกมที่ผ่านมา มีโอกาสโดนจับนั่งสูง

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เวสต์แฮม (3-4-2-1) : อาเดรียน-เดแคลนไรซ์, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์ – ปาโบล ซาบาเลต้า, ชีกู กูยาเต้, มาร์ค โนเบิล, อาร์กตูร์ มาซูอากู – เจา มาริโอ, มานูเอล ลันซินี่ – มาร์โค อาร์เนาโตวิช
ผู้จัดการทีม : เดวิด มอยส์

แมนฯยูไนเต็ด (4-3-3) : ดาบิด เด เคอา – อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ, แอชลี่ย์ ยัง – สกอตต์ แม็คโทมิเนียร์, เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา – ฆวน มาต้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจสซี่ ลินการ์ด
ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

ข้อมูลที่น่าสนใจก่อนเกม

– เวสต์แฮม พ่ายต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด 13 จาก 18 เกมหลังที่เจอกันในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 1 เสมอ 4) รวมถึงนัดเดียวที่ดวลกันในลอนดอน สเตเดี้ยม เมื่อปีที่แล้ว

– แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงประตูในการมาเยือนเวสต์แฮมไม่ได้เพียงครั้งเดียวจาก 15 เกมหลังในพรีเมียร์ลีก ซึ่งก็คือเกมที่พ่าย 0-1 เมื่อธันวาคม 2006

– แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะเกมเยือนในเดือนพฤษภาคมเลย นับตั้งแต่เกมเชือดนอริช 1-0 เมื่อปี 2016 ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล หลังจากนั้นเสมอ 1 แพ้ 4

– เวสต์แฮม ไม่เคยชนะ 2 เกมติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2017 ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยพ่าย 2 เกมติดต่อกันเลยนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีก่อน ที่เสียท่าต่ออาร์เซน่อล และสเปอร์ส

– แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะเกมเยือนนัดสุดท้ายของฤดูกาลพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ซีซั่น 2011/12 ที่เอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ แต่เสียแชมป์ไปให้กับแมนฯ ซิตี้ หลังจากนั้นเสมอ 4 และแพ้ 1 นัด ซึ่งความพ่ายแพ้ดังกล่าว เกิดขึ้นในการเยือน เวสต์แฮม นัดส่งท้ายโบลีน กราวนด์ ฤดูกาล
2015/16

– โชเซ่ มูรินโญ่ เก็บชัยชนะได้ 11 จาก 14 เกมยามดวลกับเวสต์แฮม นับรวมทุกรายการ (เสมอ 2 แพ้ 1) ชนะ 3 จาก 4 เกมในฐานะกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด (เสมอ 1)

– มูรินโญ่ ไม่เคยพ่ายต่อ เดวิด มอยส์ ในพรีเมียร์ลีก (แข่ง 10 ชนะ 7 เสมอ 3) มีเพียง แซม อัลลาร์ไดซ์ ที่มูรินโญ่เจอมากกว่านี้โดยไม่แพ้ (12)

– มูรินโญ่ พ่าย 10 จาก 18 เกมพรีเมียร์ลีกที่ลงเตะในลอนดอน (ชนะ 7 เสมอ 1) นับรวมถึงตอนเป็นกุนซือเชลซี

– ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ”ชิชาริโต้” มีโอกาสกลายเป็นนักเตะคนที่ 23 ที่ยิงให้ และยิงใส่แมนฯ ยูไนเต็ด โดย 3 จากจำนวนดังกล่าว ทำได้ในซีซั่นนี้ ซึ่งก็คือ โรเมล ลูกากู, อเล็กซิส ซานเชซ และ เฮนริค มคิทาร์ยาน

ให้โอกาสแล้ว!มูรินโญ่จวกแข้งสำรองแมนฯยูฟอร์มห่วย

  โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด เฉ่งตัวสำรองบางคนที่ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงในนัดแพ้ ไบรท์ตันฯ 0-1 ว่าเล่นได้แย่สุดๆ พร้อมชี้ “เดอะ ซีกัลล์ส” เล่นแบบกระหายชัยชนะมากกว่าทีมของตน

  เกมนี้ มูรินโญ่ ให้โอกาสแข้งอย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด, มาร์กอส โรโฮ และ มัตเตโอ ดาร์เมียน ได้ลงเล่นตั้งแต่วินาทีแรก หลังจากที่ผ่านมานักเตะเหล่านั้นไม่ค่อยได้เป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้าย “ปีศาจแดง” ต้องแพ้ในลีกเป็นนัดที่ 7 ของฤดูกาลนี้จากประตูของ ปาสกาล กรอสส์ ในนาทีที่ 57

มูรินโญ่ เผยว่า “มันไม่ดีพอ นักเตะที่ลงมาเล่นแทนคนอื่นเล่นได้ไม่ดี และเมื่อเกิดความผิดพลาดส่วนบุคคลแบบนั้นแล้วน่ะ มันก็เป็นเรื่องยากมากๆ ที่ทีมจะทำผลงานได้ดี ตอนนี้คุณอาจจะไม่ต้องถามผมแล้วก็ได้มั้งว่าทำไมนักเตะ เอ, บี และ ซี ถึงไม่ค่อยได้ลงเล่นมากนัก (สื่อว่าเกมนี้แสดงให้เห็นว่านักเตะคนนั้นๆ ไม่ดีพอที่จะได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง)”

“ผมรู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น และผมก็บอกกับพวกเขาไปอย่างนั้น แต่สถานการณ์ของเรามันก็เป็นแบบนั้นแหละ พวกเขา (ไบรท์ตันฯ) แสดงให้เห็นว่ากระหายชัยชนะมากกว่าเราตั้งแต่นาทีแรก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งแรก ผมไม่สามารถโน้มน้าวใจให้ลูกทีมของผมเชื่อได้ว่าการเก็บให้ได้อีก 4 แต้มถือเป็นเรื่องที่สำคัญ สิ่งนั้นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผม แต่อาจจะไม่ใช่สำหรับพวกเขาล่ะมั้ง”

“ผมคงไม่บอกหรอกว่าผมผิดหวัง ผมรู้จักพวกเขาดี ผมเคยคิดว่าการให้พวกเขาได้เป็นตัวจริง และให้เหตุผลที่ดี (ที่จำเป็นต้องชนะในเกมนี้) จะช่วยกระตุ้นพวกเขาได้ ที่พวกคุณชอบถามกันว่า -ทำไมต้องเป็น ลูกากู ตลอดเลย ?- น่ะ ผมคิดว่าตอนนี้พวกคุณคงได้คำตอบแล้วนะว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ในแง่ความสามารถของแต่ละบุคคลแล้วเราอาจจะไม่ได้ดีเหมือนอย่างที่คนคิดกันก็ได้” กุนซือชาวโปรตุกีส ระบุ