ใกล้จบ หวย 30 ล้าน ตำรวจยันหลักฐานชัดมัดคนโกหก

      ผบช.ก. ยัน หลักฐานชัดชี้ คนโกหก คดีหวย 30 ล้านบาท ยกเป็นกรณีศึกษา เตือน ประชาชน อย่าทำตาม ขณะไม่ตำหนิผลสอบไม่สอดคล้องท้องที่ เพราะเป็นเรื่องของประสบการณ์

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพยานหลักฐาน มากพอที่จะชี้ได้ว่าใครคือคนโกหก ใครพูดความจริง

ซึ่งหากนักจิตวิทยามองก็จะสามารถตอบได้ทันทีว่าใครมีพิรุธ ต้องสงสัย เพราะภาษาทางกายโกหกได้ยาก

แต่เบื้องต้นคดีนี้ก็ยังไม่พบว่ามีการทำเป็นขบวนการ เพียงแต่เกิดขึ้นในลักษณะคนรู้จักกัน พวกเดียวกันที่ช่วยเหลือกันเท่านั้น

ส่วนการสอบสวนของกองปราบฯ ที่อาจจะไม่สอดคล้องกับ ตำรวจภูธรภาค 7 ก็อาจจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ทางคดี ไม่อยากให้เกิดการตำหนิเจ้าหน้าที่ ขณะที่การสอบสวนในเชิงลึกยังไม่พบตำรวจหรือระดับยี่ปั้วมาเกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ฝากถึงประชาชนให้ดูเรื่องนี้เป็นกรณีศึกษา ทั้งผู้ซื้อ และผู้ที่แฝงตัวจะเลียนแบบพฤติกรรม อ้างสิทธิ์ของผู้อื่น มีความผิดตามกฏหมาย

ศึกหวย 30 ล้าน หมวดจรูญ-ครูปรีชา เตรียมเผชิญหน้าบนศาล ต่างคนต่างมั่นใจ

ความคืบหน้าคดีหวย 30 ล้าน สุดอลเวง ล่าสุด ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือ หมวดจรูญ อายุ 62 ปี อดีตข้าราชเกษียณตำรวจ และนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังสี เตรียมเผชิญหน้าพบกันที่ศาลแพ่ง จ.กาญจนบุรี

ทั้งนี้ ร.ต.ท.จรูญ เปิดเผยว่า ไม่ได้รู้สึกอะไรที่ในวันพรุ่งนี้จะเจอกับนายปรีชา เพราะความจริงก็คือความจริง และหากศาลจะให้คู่ความไกล่เกลี่ยกัน ตนก็คงไม่ไกล่เกลี่ย และไม่รู้จะคุยอะไรกันแล้ว เพราะเลยขั้นตอนที่จะพูดคุยกันแล้ว โดยตนจะไม่พูดคุยอะไรทั้งนั้น ซึ่งคิดว่าใครทำอะไรย่อมรู้อยู่แก่ใจ ใครจะพูดจริง และใครจะยอมรับความจริง อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้มีการเตรียมตัวที่จะไปขึ้นศาล และก็ไม่ได้กังวล หวั่นวิตก หรือเครียด แต่อย่างใด

ด้าน ครูปรีชา กล่าวว่า พร้อมขึ้นศาล ไม่ได้มีความกังวลอะไร อะไรคือความจริงรู้ดีอยู่แก่ใจ ส่วนเรื่องคดีศาลยังไม่ได้มีการพิจารณา แต่ตนเองกลับถูกสังคมตัดสินแล้วว่าเป็นครูลวงโลก ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นความจริง ตนยืนยันมาตลอดว่าลอตเตอรี่เป็นของตน ไม่เคยเปลี่ยนใจ และยังมั่นใจเสมอ

“ครูปรีชา” ปัดตอบคลิปเสียงหลุด ย้ำหวย 30 ล้าน เป็นของตน

นายปรีชา ครูในจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวถึงคลิปเสียงที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ ที่มีการกล่าวอ้างว่าเป็นคลิปเสียงของนายปรีชา กับ เจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าลอตเตอรี่ ในจังหวัดกาญจนบุรี ว่า ตนเองจะไม่ขอตอบว่าคลิปเสียงดังกล่าวนั้น เป็นเสียงของตนหรือไม่เพราะเชื่อว่าเรื่องของเสียงสามารถตัดต่อกันได้

และยอมรับว่าไม่เคยได้ยินคลิปเสียงดังกล่าวมาก่อน พร้อมกันนี้ไม่รู้สึกกังวลใจอะไรเกี่ยวกับคดี พร้อมต่อสู้ในชั้นศาล และหากตำรวจกองปราบปรามจะเรียกไปสอบปากคำเพิ่มเติม ก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือพร้อมกันนี้ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าลอตเตอรี่หวย 30 ล้าน เป็นของตนเองจริง ทั้งนี้จะรอให้ทนายความ เป็นคนดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องคดีทั้งหมด

ขณะที่ผู้สื่อข่าว ได้ไปตรวจสอบที่บ้านพักของนางรัตนาภรณ์ หรือเจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าขายลอตเตอรี่ พบเพียงลูกชาย ที่ระบุว่าไม่สะดวกให้ข้อมูล แต่ยอมรับว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นแม่ของตนเองจริงแต่ผู้ชายไม่รู้ว่าเป็นครูปรีชาหรือไม่เพราะแม่ขายหวยให้กับหลายคน

ทางด้าน นายสมพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ระบุว่าเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องส่วนตัวและครูปรีชา ยังมาสอนหนังสือตามปกติไม่กระทบต่อการเรียนการสอนของเด็กนักเรียน ส่วนคดีอาญาหากสิ้นสุดแล้วพบว่าครูปรีชาทำผิดจริง ถ้ากระทรวงศึกษาก็มีขั้นตอนการลงโทษอยู่แล้ว ส่วนคลิปเสียงที่มีการแชร์กันนั้น ยังไม่ยืนยันชัดเจนว่าเป็นเสียงของครูปรีชาหรือไม่

กองปราบฯ สอบพยานคดีหวย 30 ล้าน ได้ข้อมูลน่าเชื่อถือ

ผู้การกองปราบเผยคดี หวย 30 ล้าน คืบหน้ามาก สอบพยานฝั่ง”ครูปรีชา”ได้ข้อมูลน่าเชื่อถือ ปัดกักตัวแม่ค้าขายลอตเตอรี่ไว้สอบ

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลมูลค่า 30 ล้านบาท หลังจากการลงพื้นที่ของรองผู้บังคับการกองปราบปรามและชุดสืบสวนสอบสวนกองกำกับการ 5 ที่จังหวัดกาญจนบุรีเมื่อวานนี้

คดีมีความคืบหน้าไปมากโดยได้ข้อมูลที่เป็นจำนวนมากและเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี สามารถยืนยันความน่าเชื่อถือ และคำให้การของพยานฝั่ง นายปรีชา ได้อย่างชัดเจน แต่จะเป็นข้อมูลที่นายปรีชา ได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์นั้นยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้

ส่วนกรณีการเรียกพยานบุคคลที่เคยให้ให้ปากคำกับชุดทำงานกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 40 กว่าปาก ขณะนี้ กองปราบปรามยังไม่สามารถเรียกพยานบุคคล ที่เข้าให้ปากคำก่อนหน้านี้มาสอบสวนได้เนื่องจากยังไม่มีการโอนสำนวนมาจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7

ส่วนกระแสข่าวลือว่า นางรัตนาภรณ์ แม่ค้าขายลอตเตอรี่ให้ ครูปรีชา และ ร.ต.ท.จรูญ ถูกนำไปสอบสวนอย่างละเอียดและถูกจับตัวไว้นั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เนื่องจากรูปแบบการทำงานของตำรวจกองปราบปราม ทุกขั้นตอนการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนที่เปิดเผยและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

ส่วนด้าน พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม หนึ่งในชุดพนักงานสอบสวน ระบุถึงประเด็นที่ทางทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ โพสต์ใน Facebook ทั้ง 9 ประเด็น เป็นประเด็นคำถามที่พนักงานสอบสวนของกองปราบปรามต้องดำเนินการอยู่แล้ว

ซึ่งเป็นหลักในเบื้องต้น ยังมีประเด็นคำถามอีกจำนวนมากที่ต้องสอบสวน ครูปรีชา และพยานบุคคลรายอื่นๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องสอบปากคำทุกคนอย่างละเอียดอยู่แล้ว พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย